
ศิลปะประเภทประยุกต์ศิลป์ถูกสร้างมาสำหรับใช้ประโยชน์ที่นอกเหนือไปจากการชื่นชมความงามโดยตรง ตัวอย่างเช่น ลายเครื่องเรือน อาคาร สีสัน รูปทรง รวมถึงผลิตภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ อันถูกผลิตมาจากโรงงานอุตสาหกรรม เมื่อทั้งสองอย่างนี้มารวมกันก็จะทำให้สินค้านั้นน่าใช้งานและสร้างความพอใจแก่ผู้ซื้อ บทความนี้จะมากล่าวถึงศิลปะประเภทประยุกต์ศิลป์ว่ามีอะไรบ้าง
ประยุกต์ศิลป์ คือ
ส่วนมากแล้วประยุกต์ศิลป์จะสนองความต้องการแก่ประโยชน์ใช้สอย บทความนี้จะมีแค่การพูดถึงหัตถกรรมและประณีตศิลป์เท่านั้น เนื่องจากทั้งสองแบบนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงของฟุ่มเฟือยต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการประดับตกแต่งห้องหรือบ้าน หากย้อนมาองกลับไปจะเห็นได้ว่ายุคโบราณมีเครื่องประดับอันประกอบด้วยลูกปัดมาแขวนบนคอ หนังสัตว์ เครื่องมือหิน มาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
ประเภทของประยุกต์ศิลป์แขนงต่าง ๆ
ประยุกต์ศิลป์สามารถแบ่งได้ทั้งหมด 4 แขนงด้วยกัน ดังนี้
มัณฑนศิลป์
คือศิลปะเกี่ยวกับการออกแบบทำให้สิ่งต่าง ๆ สวยงาม ตอบโจทย์การใช้งานมากกว่าเดิมตัวอย่างเช่น การจัดสวน การตกแต่งในอาคาร บ้าน ตกแต่งภายนอก จัดป้ายนิเทศ นิทรรศการ แต่งร้านค้า การแต่งหน้า การแต่งกาย ผู้ทำหน้าที่เหล่านี้จะเรียกว่า มัณฑนากร
การออกแบบ
เป็นการสื่อถึงความคิดมาในรูปของผลงาน เพื่อให้คนอื่นสัมผัส รับรู้ มองเห็น และเกิดความเข้าใจร่วมกัน เพื่อให้สามารถผลิตได้ผลงานที่ตรงกับความต้องการ โดยแบ่งการออกแบบได้ทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ ออกแบบด้านวิศวกรรม ออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบสถาปัตยกรรม
อุตสาหกรรมศิลป์
เป็นการสร้างสิ่งต่าง ๆ ซึ่งอาจเป็นสิ่งก่อสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับคนทั่วไป ตัวอย่างเช่น อนุสาวรีย์ เจดีย์ สถูป ไม่เพียงเท่านั้นยังรวมไปถึงการวางผังในสถานที่ต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อการใช้งานและความสวยงาม แหล่งงานศิลปะกายภาพทุกแบบมักรวมอยู่ในงานสถาปัตยกรรม ส่วนใหญ่แสดงถึงเอกลักษณ์ด้านสังคมแต่ละช่วงเวลาซึ่งก็จะแตกต่างกัน
พาณิชยศิลป์
เป็นการออกแบบสำหรับสนับสนุนการบริการและการค้า มีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ ได้แก่ การออกแบบสิ่งพิมพ์ การออกแบบฉลากของสินค้า การออกแบบโฆษณา การออกแบบเครื่องหมายการค้า การออกแบบสถานที่ในการจัดแสดงสินค้า เรียกคนที่มีหน้าที่เหล่านี้ว่า นักออกแบบ
จะเห็นได้จากบทความนี้ก็ทำให้ทุกคนได้รู้เรื่องประเภทประยุกต์ศิลป์ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตประจำวัน เนื่องจากไม่ได้สร้างมาเพื่อให้เชยชมความสวยงามและแสดงถึงคุณค่าทางจิตใจอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นการใช้ประกอบกับสินค้าหรือบริการต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจมีความน่าสนใจ ดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจอันเป็นผลมาจากการสร้างสรรค์ออกแบบทางศิลปะให้ผลิตภัณฑ์โดดเด่น ไม่ว่าสินค้าเหมาะกับการบริโภค อุปโภค หรือใช้ประดับ
